ดอกกันเกรา


ต้นกันเกรา



ดอกกันเกรา

ต้นไม้ประจำจังหวัดสุรินทร์  และดอกไม้ประจำจังหวัดสุรินทร์

          การกำหนดให้ไม้ชนิดใดเป็นไม้ประจำจังหวัด เป็นเรื่องของจังหวัดนั้นๆ จะเป็นผู้พิจารณา  ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งให้ทราบว่า การกำหนดชนิดต้นไม้เป็นสัญลักษณ์ประจำหน่วยงานสังกัดกระทรวงมหาดไทย ได้มีการกำหนดเฉพาะในระดับจังหวัด สำหรับจังหวัดสุรินทร์ กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดให้ “ต้นกันเกรา” เป็นต้นไม้ประจำจังหวัด “ดอกกันเกรา” เป็นดอกไม้ประจำจังหวัด 

          ซึ่งในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ มีต้นกันเกรา ขึ้นกระจายอยู่โดยทั่วไป ดอกกันเกราก็จะบานส่งกลิ่นหอมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประชาชนชาวสุรินทร์ จะนำดอกกันเกรามาร้อยเป็นพวงมาลัยคล้องคอ

   ต้นกันเกรา

   ชื่อวิทยาศาสตร์         Fagraea fragrans Roxb.

   วงศ์                             POTALIACEAE

   ชื่อสามัญ

   ชื่ออื่น                  มันปลา  ตำเสา  ทำเสา 

   ลักษณะ               เป็นต้นไม้ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่  สูงประมาณ  ๑๕ – ๒๕ เมตร เปลือกสีน้ำตาลเข้ม  แตกเป็น  ร่องลึก  ใบเดี่ยวออกตรงกันข้าม  แผ่นใบรูปรีขอบขนาน กว้าง ๒.๕ – ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ – ๑๑ เซนติเมตร ปลายแหลม  โคนมน  ดอกสีขาวครีม  แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลือง  กลิ่นหอม  ผลกลมเล็ก  เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ  ๖  มิลลิเมตร สีส้มแก่  สีแดงเลือกนก  มีเมล็ดเล็ก ๆ จำนวนมาก 

   นิเวศวิทยา             ขึ้นทั่วไปในป่าเบญจพรรณชื้น และตามที่ต่ำ ที่ชื้นแฉะใกล้น้ำ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย

   ออกดอก                  ประมาณเมษายน – มิถุนายน เป็นผลมิถุนายน - กรกฎาคม


 

   ขยายพันธุ์      โดยเมล็ด  การเพาะปฏิบัติได้  ๒ วิธี

                   วิธีที่ ๑  นำเมล็ดแช่ในน้ำร้อน ๘๐ – ๙๐ องศาเซลเซียส  แล้วผึ่งให้เย็นทิ้งไว้ประมาณ  

                             ๑๖  ชั่วโมง

                   วิธีที่ ๒  นำไปแช่น้ำเย็นทิ้งไว้ข้ามคืน เมล็ดจะดูดน้ำเข้าไปพร้อมที่จะงอก  นำเมล็ดไป

                             หว่านลงในแปลงเพาะ  แล้วย้ายชำกล้าในภายหลัง  การหว่านเมล็ดควรให้เมล็ด

                             อยู่ใต้ผิวดิน ๓ – ๕  เซนติเมตร รดน้ำให้ชุ่มเมล็ดจะงอกภายใน ๑ – ๒ สัปดาห์

   ประโยชน์       เนื้อไม้สีเหลืองอ่อน  เสี้ยนตรง  เนื้อละเอียด  เหนียว  แข็ง  ทนทาน  ใช้ในการก่อสร้าง  แก่นมีรสฝาดใช้เข้ายาบำรุงธาตุ  แน่นหน้าอก  เปลือกใช้บำรุงโลหิต  แก้ผิวหนังพุพอง  ปลูกเป็นไม้ประดับ