โครงสร้างการผลิตที่สำคัญ
การเกษตรกรรม
1. พื้นที่ทำการเกษตรของจังหวัดสุรินทร์ มีทั้งหมดประมาณ 3,904,992 ไร่ หรือ ร้อยละ 75.55 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด มีครัวเรือนเกษตร จำนวน 196,105 ครัวเรือน
2. พื้นที่ถือครองทางการเกษตร แยกออกได้ ดังนี้
1) ที่นา จำนวน 3,224,432 ไร่
2) พืชไร่ จำนวน 190,880 ไร่
3) ไม้ผลและไม้ยืนต้น จำนวน 223,821 ไร่
4) ไม้ดอกและไม้ประดับ จำนวน 156 ไร่
5) พืชผัก จำนวน 7,669 ไร่
5) ที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ จำนวน 10,920 ไร่
6) ที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จำนวน 5,480 ไร่
7) ที่อื่นๆ จำนวน 192,630 ไร่
ตารางที่ 6 สถิติข้อมูลการผลิตพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ปีเพาะปลูก 2552/2553 จังหวัดสุรินทร์
ชนิดพืช |
พื้นที่ (ไร่) |
ผลผลิต |
หมายเหตุ |
ปลูก |
เก็บเกี่ยว |
เฉลี่ย (กก./ไร่) |
รวม (ตัน) |
ข้าวเจ้านาปี |
3,222,209 |
3,153,532 |
428 |
1,350,727 |
|
ข้าวเหนียว |
2,223 |
2,223 |
404 |
897 |
|
ข้าวเจ้านาปรัง |
125,188 |
125,005 |
646 |
80,807 |
|
อ้อยโรงงาน |
72,737 |
71,389 |
7,522 |
536,969 |
|
มันสำปะหลัง |
97,891 |
96,412 |
3,651 |
354,499 |
|
ปอแก้ว |
419 |
419 |
222 |
93 |
|
ข้าวโพดหวาน |
2,594 |
2,495 |
1,548 |
3,862 |
|
แตงโมเนื้อ |
2,793 |
2,793 |
2,266 |
6,330 |
|
ถั่วลิสง |
1,311 |
1,228 |
282 |
347 |
|
พริกขี้หนูเม็ดใหญ่ |
2,817 |
2,817 |
2,989 |
8,422 |
|
ยางพารา |
146,180 |
32,000 |
322 |
8,856 |
|
ยูคาลิปตัส |
107,245 |
60,312 |
13,522 |
815,518 |
|
มะม่วง |
4,435 |
3,421 |
1,456 |
4,980 |
|
แหล่งข้อมูล : สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์
มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด
มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดสุรินทร์ (Gross Provincial Product : GPP) ในปี 2552p1 ตามราคารายปี จำแนกตามสาขาการผลิต มีมูลค่าผลิตภัณฑ์จังหวัด จำนวน 52,293 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อหัว 36,356 บาท/คน/ปี จำแนกตามสาขาการผลิต ดังนี้
ตารางที่ 7 แสดงมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดสุรินทร์ ระหว่างปี พ.ศ. 2548 2552p1
(หน่วย : ล้านบาท)
สาขาการผลิต |
ปี พ.ศ. (ค.ศ.) |
2009p1 |
2548
(2005) |
2549r
(2006r) |
2550r
(2007r) |
2551p
(2008p) |
2552p1
(2009p1) |
คิดเป็นร้อยละ |
ลำดับที่ |
เกษตรกรรม |
7,355 |
7,849 |
9,266 |
9,381 |
11,927 |
22.81 |
|
1. เกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ |
7,213 |
7,708 |
9,124 |
9,217 |
11,740 |
22.45 |
2 |
2. ประมง |
141 |
141 |
142 |
165 |
186 |
0.36 |
15 |
นอกเกษตรกรรม |
28,302 |
31,623 |
35,854 |
38,472 |
40,366 |
77.19 |
|
3. เหมืองแร่และเหมืองหิน |
661 |
676 |
767 |
751 |
788 |
1.51 |
11 |
4. อุตสาหกรรม |
2,538 |
3,392 |
4,824 |
4,564 |
4,746 |
9.08 |
4 |
5. การไฟฟ้า ก๊าซ และการประปา |
563 |
613 |
635 |
620 |
710 |
1.36 |
12 |
6. การก่อสร้าง |
1,066 |
1,199 |
1,552 |
1,568 |
1,747 |
3.34 |
9 |
7. การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมยานยนต์
ของใช้ส่วนบุคคล และของใช้ในครัวเรือน |
9,582 |
10,272 |
10,933 |
12,192 |
12,803 |
24.48 |
1 |
8. โรงแรมและภัตตาคาร |
344 |
393 |
428 |
450 |
461 |
0.88 |
13 |
9. การขนส่ง สถานที่เก็บสินค้า และการคมนาคม |
1,406 |
1,528 |
1,703 |
1,779 |
1,835 |
3.51 |
7 |
10. ตัวกลางทางการเงิน |
1,277 |
1,731 |
1,948 |
1,951 |
1,804 |
3.45 |
8 |
11. บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า
และบริการทางธุรกิจ |
1,607 |
1,651 |
1,681 |
1,662 |
1,625 |
3.11 |
10 |
12. การบริหารราชการแผ่นดิน การป้องกัน
ประเทศ และการประกันสังคมภาคบังคับ |
2,531 |
2,788 |
3,025 |
3,708 |
3,855 |
7.37 |
5 |
13. การศึกษา |
4,820 |
5,469 |
6,282 |
7,033 |
7,622 |
14.58 |
3 |
14. การบริการด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์ |
1,663 |
1,660 |
1,831 |
1,954 |
2,103 |
4.02 |
6 |
15. การบริการชุมชน สังคม และการบริการ
ส่วนบุคคล |
211 |
216 |
206 |
202 |
226 |
0.43 |
14 |
16. ลูกจ้างในครัวเรือนส่วนบุคคล |
34 |
36 |
38 |
40 |
42 |
0.08 |
16 |
ผลิตภัณฑ์จังหวัด |
35,656 |
39,472 |
45,119 |
47,854 |
52,293 |
100.00 |
- |
ผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว (บาท) |
25,296 |
27,886 |
31,713 |
33,452 |
36,356 |
- |
- |
ประชากร (1,000 คน) |
1,410 |
1,415 |
1,423 |
1,431 |
1,438 |
- |
- |
r : ตัวเลขปรับปรุงใหม่ , p : ตัวเลขเบื้องต้น (ชั่วคราว)
แหล่งข้อมูล : สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2553
รายได้ผลิตภัณฑ์จังหวัดปี 2548-2552p1 เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.33, 10.70, 14.31, 6.06 และ 9.28 ตามลำดับ

การพาณิชย์และบริการ
การพาณิชย์และบริการ มีศูนย์กลางธุรกิจซึ่งเป็นแหล่งการพาณิชย์และการบริการของจังหวัดสุรินทร์อยู่ที่อำเภอเมือง มีสถานประกอบการด้านธุรกิจต่าง ๆ หลายประเภท ได้แก่ สถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้า โรงแรมขนาดใหญ่ ร้านค้าขายส่ง ค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าอุตสาหกรรม สถานบันเทิง ภัตตาคาร และร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีตลาดขายส่งบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ และการขายปลีกมีตลาดสด ตลาดนัด ร้านค้า และห้างสรรพสินค้าอยู่ในแหล่งชุมชนของตัวเมือง และตามอำเภอ ต่าง ๆ โดยมี
สินค้าสั่งเข้าของจังหวัดที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรม จำพวกเครื่องจักร รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และปุ๋ยเคมี สินค้าอุปโภคบริโภค จำพวกเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค อาหารกระป๋อง ของใช้เบ็ดเตล็ด วัสดุก่อสร้าง น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันหล่อลื่น อาหารสดจำพวกผัก ผลไม้สด อาหารทะเล
สินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรกรรมที่แปรรูปแล้วและเป็นวัตถุดิบ ได้แก่ข้าว อ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง โคและกระบือ สุกร ไหม หัวผักกาด ฯลฯ
การค้าบริเวณชายแดนไทย กัมพูชา ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม โอร์เสม็ด จังหวัดสุรินทร์ ช่องจอมได้รับการยกฐานะจากจุดผ่อนปรนการค้าบริเวณชายแดนช่องจอมเป็นจุดผ่านแดนถาวร ช่องจอม โอร์เสม็ด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2545 เปิดทุกวันระหว่างเวลา 07.00 20.00 น.
สำหรับมูลค่าการค้า ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม โอร์เสม็ด มูลค่าการค้า ปีงบประมาณ 2552 การค้าต่างประเทศผ่านชายแดนไทย กัมพูชา มีดุลการค้าเกินดุล 922.53 ล้านบาท แยกเป็นมูลค่าการส่งออก 957.82 ล้านบาท และมูลค่าการนำเข้า 35.29 ล้านบาท
สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง, ปูนซีเมนต์บรรจุถุง และอื่นๆ สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ รถบรรทุกเก่าใช้แล้ว, รถแทรกเตอร์ขุด-ตักเก่าใช้แล้ว และอื่นๆ (แหล่งข้อมูล ด่านศุลกากรช่องจอม ข้อมูล ณ เดือน ตุลาคม 2553)
การอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมที่สำคัญของจังหวัด เป็นอุตสาหกรรมทางด้านการเกษตร อุตสาหกรรมไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมอโลหะ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ โดยมีจำนวนสถานประกอบการอุตสาหกรรม 456 แห่ง (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.00%) จำนวนเงินทุน 11,303.89 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.00%) แรงงาน 11,031 คน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.00%) (แหล่งข้อมูล สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2553)
ด้านแรงงาน
สภาพแรงงานในจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นแรงงานในภาคการเกษตรที่ว่างงานนอกฤดูการผลิตเท่านั้น โดยมีสัดส่วนกำลังแรงงานต่อประชากรที่เพิ่มขึ้น อยู่ที่ประมาณ 35 50% และมีอัตราการว่างงานลดลง ทั้งนี้ ผู้ประกอบกิจการภายในจังหวัด มีการจ้างแรงงานต่างด้าวทั้งแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย และแรงงาน ต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา พม่า ลาว ที่ต้องมีการขึ้นทะเบียนเป็นประจำทุกปีด้วย
ตารางที่ 8 แสดงประชากรจังหวัดสุรินทร์ จำแนกตามสถานภาพแรงงาน พ.ศ.2552
หน่วย : คน
|
ไตรมาส 1 |
ไตรมาส 2 |
ไตรมาส 3 |
ไตรมาส 4 |
ประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป |
1,099,727 |
1,104,075 |
1,108,384 |
1,112,546 |
ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน |
722,781 |
783,559 |
832,264 |
824,285 |
- ผู้มีงานทำ |
707,490 |
772,929 |
826,430 |
822,569 |
- ผู้ว่างงาน |
15,290 |
10,631 |
5,833 |
1,715 |
- กำลังแรงงานที่รอฤดูกาล |
3,852 |
496 |
- |
572 |
ผู้ไม่อยู่ในกำลังแรงงาน |
373,094 |
320,019 |
276,120 |
287,690 |
- ทำงานบ้าน |
128,144 |
107,585 |
68,390 |
66,786 |
- เรียนหนังสือ |
114,356 |
100,453 |
101,072 |
119,033 |
- อื่น ๆ |
130,594 |
111,981 |
106,659 |
101,871 |
อัตราการว่างงาน |
1.1 |
0.7 |
0.5 |
0.2 |
แหล่งข้อมูล สำนักงานสถิติจังหวัดสุรินทร์
แหล่งข้อมูล สำนักงานสถิติจังหวัดสุรินทร์
อัตราการว่างงาน การศึกษาอัตราการว่างงานในปีที่ผ่านมา จะพบว่าอัตราการว่างงานของจังหวัดสุรินทร์ แต่ละไตรมาสจะปรับตัวสูงขึ้นและลดลงตามปัจจัยในเรื่องฤดูกาล เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองเกษตรกรรม ดังนั้นอัตราการว่างงานจึงเป็นเครื่องชี้วัด ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยฤดูกาล นอกจากนี้อัตราการว่างงานจะเกี่ยวข้องกับภาวะเศรษฐกิจและพื้นที่ กล่าวคือ แรงงานจะมีการเคลื่อนย้ายจากภาคเกษตรสู่ภาคอุตสาหกรรมในไตรมาสที่พ้นฤดูเพาะปลูก พื้นที่การเกษตรจะมีอัตราว่างงานสูง ขณะที่พื้นที่ตั้งของอุตสาหกรรมจะมีอัตราว่างงานต่ำ สำหรับไตรมาส 1 นี้ อัตราการว่างงานภาพรวมอยู่ที่ร้อยละ 0.6 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่แล้ว ร้อยละ 0.3 (ไตรมาส 4 ปี 2552 ร้อยละ 0.2 )
ตัวชี้วัดภาวะแรงงานจังหวัดสุรินทร์
ภาวะแรงงานมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สืบเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จะส่งผลถึงความเชื่อมั่นของนักธุรกิจ นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เกิดการชะลอตัวการลงทุน ชะลอการขยายกิจการ รวมถึงชะลอการจ้างงาน ในขณะที่การผลิตคนเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงานของภาคการศึกษายังคงมีอย่างต่อเนื่อง มิอาจชะลอตัวตามภาวะการด้านเศรษฐกิจ จึงส่งผลต่อการว่างงาน การทำงานต่ำระดับ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีการผลิตต้นทุน การผลิต ฤดูกาล ทัศนคติทั้งของฝ่ายนายจ้างและผู้ใช้แรงงาน เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากภาวะด้านแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการจ้างงาน การเคลื่อนย้ายแรงงาน ฝีมือแรงงาน มาตรฐานแรงงาน ฯลฯ ตัวชี้วัดภาวะแรงงานจังหวัดสุรินทร์ จึงอาจประกอบด้วย
- อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงาน พบว่าไตรมาส 1/2553 อัตราการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานจังหวัดสุรินทร์มีอัตราร้อยละ 63.8 ลดลงจากไตรมาส 4/2552 ที่มีอัตราร้อยละ 74.1 เนื่องมาจากปัจจัยฤดูกาลที่ส่งผลต่อการมีงานทำของกำลังแรงงาน
- อัตราการจ้างงาน ในไตรมาส 1/2553 พบว่าอัตราการจ้างงานใน ภาคเกษตรกรรมจังหวัดสุรินทร์ มีอัตราร้อยละ 41.0 มีสัดส่วนลดลงจากไตรมาส 4/2552 ที่มีร้อยละ 63.3 เนื่องจากไตรมาส 4/2552 เป็นช่วงฤดูการเพาะปลูก
- อัตราการบรรจุงาน จากข้อมูลสำนักงานจัดหางานจังหวัด พบว่าอัตราการบรรจุงานต่อตำแหน่ง งานว่าง ไตรมาส 2/ 2553 อยู่ที่ 964 อัตรา โดยลดลงจากไตรมาส 1/2553 ที่มี 1,522 อัตรา ซึ่งอาจจะเป็นเพราะสถานประกอบการมีความต้องการตำแหน่งงานว่างในช่วงไตรมาสที่ 1/2553 มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนผู้สมัครงาน กับจำนวนผู้บรรจุงานไตรมาส 2/2553 ที่มีอัตราร้อยละ 60.36 จะพบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2553
บทสรุปภาวะเศรษฐกิจการคลังของจังหวัดสุรินทร์ ประจำปี 2552
ภาวะเศรษฐกิจ
โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดขึ้นอยู่กับด้านการขายส่งขายปลีก ด้านการเกษตรและด้านการศึกษา เป็นสำคัญตามลำดับ โดยมีสัดส่วนตามโครงสร้าง GPP ณ ระดับราคาคงที่ ในปี พ.ศ.2551 (P) ร้อยละ 25.06, 22.05 และ 9.66 ตามลำดับ
ในปี พ.ศ. 2552 เศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดขยายตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน พิจารณาจาก ด้านอุปสงค์ การบริโภคขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของครัวเรือน และจำนวนจดทะเบียนรถจักรยานยนต์ได้เพิ่มขึ้น มูลค่าการส่งออกและนำเข้าเกินดุล การใช้จ่ายภาครัฐ ด้านรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้น ด้านการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนรถยนต์พาณิชย์จดทะเบียนใหม่ และจำนวนนิติบุคคลตั้งใหม่เพิ่มขึ้น ในขณะที่พื้นที่อนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาล พื้นที่อนุญาตก่อสร้างเพื่อการพาณิชย์ลดลง ด้านอุปทาน ภาคการเกษตรขยายตัวเล็กน้อยพิจารณาได้จากราคาข้าว และอ้อยที่เพิ่มขึ้น ด้านการผลิตเหมืองแร่ (หินบะซอลต์) ขยายตัวเพิ่มขึ้น ภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดขยายตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนทุนจดทะเบียนโรงงานที่เปิดดำเนินการใหม่ ปริมาณการใช้กระแสไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดเพิ่มขี้น และภาคการบริการและการท่องเที่ยวในจังหวัดเพิ่มขึ้น ด้านการเงิน ปริมาณ เงินฝากของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสิน และ ธกส. เพิ่มขึ้น และในด้านสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารออมสินและธกส. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านดัชนีราคาผู้บริโภค และจำนวนลูกจ้างในระบบประกันสังคมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน
1. ภาวะเศรษฐกิจด้านอุปทาน
1.1 ภาคการเกษตร
- สาขาการเกษตร ในปี 2552 ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อย และยางพารา ในฤดูการผลิตปี 2552/53 ภาคการเกษตรขยายตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน พิจารณาได้จากอัตราการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มขึ้นในด้านราคาของพืชหลัก ได้แก่ ข้าว และ อ้อย ในขณะที่ด้านราคามันสำปะหลัง และยางพาราลดลง
ข้าว ในฤดูการผลิตปี 2552/53 จังหวัดมีผลผลิตทั้งสิ้น 1,416,047.48 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 13.37 ราคาเฉลี่ยข้าวเปลือกหอมมะลิอยู่ที่ตันละ 14,717.00 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ตันละ 14,207.50 บาท (ร้อยละ 3.59) เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายการประกันรายได้รอบแรกและความต้องการจากต่างประเทศยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
มันสำปะหลัง ในฤดูการการผลิตปี 2552/53 มีผลผลิตทั้งสิ้น 442,168.68 ตัน ต่ำกว่า ปีก่อนร้อยละ 13.29 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 1,260.00 บาท ลดลงจากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ตันละ 1,632.00 บาท (ร้อยละ 22.79) เป็นผลมาจากพื้นที่การเกษตรเกิดโรคระบาดเพลี้ยกระโดด
อ้อยโรงงาน ในฤดูการผลิตในปี 2552/53 มีผลผลิตทั้งสิ้น 933,490 ตัน ต่ำกว่าปีก่อน ร้อยละ 2.48 เนื่องจากพื้นที่ปลูกบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ราคาอ้อยโรงงานขึ้นต้นอยู่ที่ตันละ 950 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ตันละ 830 บาท (ร้อยละ 14.46) เนื่องจากความต้องการน้ำตาลเพื่อการส่งออกที่ขยายตัวขึ้น
ยางพารา ในฤดูการผลิต 2552/53 มีผลผลิตทั้งสิ้น 14,390 ตัน สูงกว่าปีก่อน ร้อยละ 150.57 เนื่องจากเป็นช่วงที่ต้นยางให้ปริมาณน้ำยางมากขึ้น ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 59,460 บาท ลดลงจาก ปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ตันละ 79,900 บาท (ร้อยละ 25.58) เนื่องจากเป็นไปตามภาวะราคาในตลาดโลก
- สาขาปศุสัตว์ ในปี 2552 ผลผลิตที่สำคัญคือ โค สุกร และกระบือ สำหรับโคและสุกร มีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ส่วนกระบือมีผลผลิตลดลง ราคาเฉลี่ยสุกรต่ำกว่าปีก่อน ส่วนโคและกระบือมีราคาเฉลี่ยเท่ากับปีที่แล้ว
โค ในปี 2552 มีผลผลิตทั้งสิ้น 10, 882.00 ตัว ลดลงจากปีก่อน 1,404 ตัว (ร้อยละ 14.81) ราคาเฉลี่ยตัวละ 15,500 บาท เท่ากับปีก่อน เนื่องจากความต้องการบริโภคจากต่างประเทศยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกษตรกรเลี้ยงโคเพิ่มขึ้น
สุกร ในปี 2552 มีผลผลิตทั้งสิ้น 64, 772 ตัว เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 206 ตัว (ร้อยละ 0.32) ราคาเฉลี่ยตัวละ 5,000.00 บาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 6.25 เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สำคัญคืออาหารสัตว์มีการปรับตัวลดลงจากปีก่อน ประกอบกับไตรมาส 4 เป็นช่วงของเทศกาลเฉลิมฉลองส่งผลให้ความต้องการเนื้อสุกรเพิ่มขึ้น
กระบือ ในปี 2552 มีผลผลิตทั้งสิ้น 1,588.00 ตัว ลดลงจากปีก่อน 1,034 ตัว (ร้อยละ 39.44) ราคาเฉลี่ยตัวละ 16, 500 บาท เท่ากับปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 26.20 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ ซบเซาส่งผลให้มีสินค้าอื่นทดแทน เช่น เนื้อสุกร เนื้อไก่ เป็นต้น จึงไม่จูงใจให้เกษตรกรเลี้ยง ทำให้เกษตรกรบางส่วนเลิกเลี้ยง
1.2 ภาคนอกการเกษตร
- สาขาเหมืองแร่และย่อยหิน ผลผลิตแร่ที่สำคัญของจังหวัด ได้แก่ แร่หินบะซอลต์ ซึ่งมีผู้ประกอบการทำเหมืองหินบะซอลต์ เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง จำนวน 13 ราย ในปี 2552 มีผลผลิตจำนวน 4,470,537.61 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 39.85
- สาขาอุตสาหกรรม ในปี 2552 ภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดโดยรวมขยายตัวเพิ่มขึ้น พิจารณาจากจำนวนทุนจดทะเบียนโรงงานที่เปิดดำเนินการใหม่ ปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม ทุนจดทะเบียนของอุตสาหกรรมและ จำนวนแรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 76.92, 13.69, 7.42 และ 1.57 ตามลำดับ โดยมีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งใหม่ จำนวน 25 โรง รวมเงินทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 741 ล้านบาท
- สาขาการบริการและการท่องเที่ยว ในปี 2552 สาขาการบริการและการท่องเที่ยวจังหวัด ขยายตัวเพิ่มขึ้น พิจารณาจากปริมาณการใช้ไฟฟ้ากิจการโรงแรม เพิ่มขึ้น 0.59 ล้านกิโลวัตต์ (ร้อยละ 8.60)
2. ภาวะเศรษฐกิจด้านอุปสงค์
2.1 ด้านการบริโภค ในปี 2552 ภาคการบริโภคในจังหวัดยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้น พิจารณาได้จากยอดชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม การใช้ไฟฟ้าของภาคครัวเรือน และจำนวนจดทะเบียนรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้นจาก ปีก่อน ร้อยละ 13.69, 8.28 และ 7.94 ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนมีกำลังซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคมากขึ้น ในขณะที่จำนวนจดทะเบียนรถยนต์นั่งลดลงจากปีก่อนร้อยละ 4.85 สะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นและสถานการณ์การเมืองยังไม่มั่งคงแต่ประชาชนก็เริ่มจับจ่ายใช้สอยนอกจากนั้นรัฐบาลได้ขยายมาตรการ 6 เดือน 6 มาตรการ ฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยทุกคน จึงทำให้การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนสูงขึ้น
2.2 ด้านการลงทุน ในปี 2552 ด้านการลงทุนขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน พิจารณาจากจำนวนนิติบุคคลตั้งใหม่ และจำนวนรถยนต์พาณิชย์จดทะเบียนใหม่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.09 และ 5.41 ตามลำดับ ในขณะที่จำนวนทุนจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่ พื้นที่อนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยในเขตเทศบาลและพื้นที่อนุญาตก่อสร้างเพื่อการพาณิชย์ลดลงร้อยละ 43.24, 16.06 และ 8.36 ตามลำดับ
2.3 ด้านการส่งออกและนำเข้า ในปี 2552 การค้าผ่านชายแดนไทย กัมพูชา มีดุลการค้าเกินดุล 692.24 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการค้าทั้งสิ้น 794.94 ล้านบาท แยกเป็นมูลค่าการส่งออก 743.59 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9.52 และมูลค่าการนำเข้า 51.35 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.94 เมื่อเทียบกับปีก่อนโดยมูลค่าการส่งออกส่วนใหญ่มาจากการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง วิสกี้ เบียร์ และปูนซีเมนต์บรรจุถุง สำหรับสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เสื้อผ้า, เสื้อผ้าเก่าที่ใช้แล้ว, รถจักรยานเก่าใช้แล้ว และอื่นๆ
2.4 ด้านการใช้จ่ายภาครัฐ ในปีงบประมาณ 2552 จังหวัดสุรินทร์เบิกจ่ายเงินงบประมาณได้ 13,554.48 ล้านบาท สูงกว่าปีที่ผ่านมา 1,120.94 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.02 แยกเป็นรายจ่ายงบประจำเบิกจ่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.99 และรายจ่ายงบลงทุนเบิกจ่ายเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.01
3. ภาวะเศรษฐกิจด้านการเงิน
ธนาคารพาณิชย์ ในปี 2552 จังหวัดมีสาขาธนาคารพาณิชย์ 32 สำนักงาน (รวมสาขาย่อย 9 สำนักงาน) ปริมาณเงินฝากทั้งสิ้น 17,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 2,000 ล้านบาท (ร้อยละ 12.67) และปริมาณสินเชื่อ มียอดคงค้าง 22,002 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนจำนวน 2,923 ล้านบาท (ร้อยละ 15.32) โดยอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเท่ากับ ร้อยละ 123.68 ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลมีนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง จึงทำให้มีผู้ยื่นขอสินเชื่อเป็นจำนวนมาก
ธนาคารออมสิน ในปี 2552 จังหวัดมีสาขาธนาคารออมสิน 6 สาขา ปริมาณเงินฝากทั้งสิ้น 5,207.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 646.21 ล้านบาท (ร้อยละ 14.17) และมีปริมาณสินเชื่อทั้งสิ้น 8,803.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4,345.93 ล้านบาท (ร้อยละ 97.50) เนื่องจากธนาคารออมสินเป็นธนาคารที่ส่งเสริมการออมเงินอยู่แล้ว จึงมีปริมาณเงินฝากเพิ่มขึ้น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าธนาคารออมสินมีปริมาณสินเชื่อเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เนื่องจากปัจจุบันธนาคารออมสินมีโครงการที่ให้สินเชื่อมากขึ้น ทั้งสินเชื่อที่เกิดจากธนาคารออมสินเอง (สินเชื่อเพื่อธุรกิจ) เช่น สินเชื่อเคหะ และสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาล เช่น สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการรายใหม่ สินเชื่อครู เป็นต้น
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ในปี 2552 จังหวัดมีปริมาณเงินฝากทั้งสิ้น 6,762.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.81 ปริมาณสินเชื่อทั้งสิ้น 14,074.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.17 เมื่อพิจารณาจากปริมาณเงินฝากและปริมาณสินเชื่อจะเห็นได้ว่าอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากเท่ากับร้อยละ 208.12 เนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายด้านสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร รวมทั้งนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ทำให้เกษตรกรยื่นเรื่องขอสินเชื่อเป็นจำนวนมาก
4. เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
4.1 ด้านราคา ในปี 2552 ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป สูงขึ้นร้อยละ 1.04 สาเหตุสำคัญมาจากการสูงขึ้นของดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มร้อยละ 4.90 จากการสูงขึ้นของผลไม้สดร้อยละ 16.40 เนื้อสัตว์ร้อยละ 8.9 ปลาและสัตว์น้ำร้อยละ 8.1 แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้งร้อยละ 6.5 ไข่และผลิตภัณฑ์นมร้อยละ 4.3 เครื่องดื่มประกอบอาหารร้อยละ 3.8 อาหารบริโภค ในบ้านร้อยละ 2.6 สำหรับหมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลงร้อยละ 3.2 จากการลดลงของหมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนาร้อยละ 27.1 น้ำเชื้อเพลิงร้อยละ 9.8 หมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าร้อยละ 4.5 ค่าโดยสารสาธารณะร้อยละ 4.4 หมวดเคหสถานร้อยละ 1.4
4.2 ด้านการจ้างงาน จำนวนแรงงานในระบบประกันสังคม ในปี 2552 มีจำนวนทั้งสิ้น 31, 819 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.54 เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน สำหรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ จำนวน 153 บาทต่อวัน (เริ่มใช้ 1 มกราคม 2553)
|